แล้วมาเปิดร้านเลยหรือเปล่า?
ยังค่ะ ช่วงที่จบเดือนสิงหาคม 2002 ได้ออกจากที่ทำงานเก่า ไปทำงานอีกที่หนึ่ง ประมาณ 4 เดือนกว่า
และกลับมาทำงานที่เก่าอีก จนถึงเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นก็กลับไปเมืองไทย มาเปิดร้านเป็นของตัวเอง เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2003 โชคดีร้านอยู่ใกล้บ้าน และอาคารที่เช่าอยู่ทำร้านเป็นอาคารเก่าของทหารอเมริกันเก่าของเมือง Höchst ที่ได้ตกแต่งขึ้นมาใหม่จึงเป็นความประจวบเหมาะค่ะ
มีใครช่วยบ้างหรือเปล่า หรือเราลุยเองเลย?
สามีช่วยด้วยค่ะ แต่เราก็ลุยเองด้วย สามีจะช่วยดูบัญชี และการเงิน และการติดต่อต่างๆ ซึ่งก็ทราบกันดีว่าบ้าน เรากับเยอรมัน นั้นระบบต่างๆ ไม่เหมือนกัน ต้องตามขั้นตอนของที่นี่ สามีก็จะช่วยตลอด
ต้องใช้เงินทุนมากเท่าไหร่ สำหรับการเปิดร้านดอกไม้แบบนี้?
พอสมควรค่ะ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการจัดร้านด้วย ช่วงที่จัดร้านครั้งแรกนั้น ลงทุนเยอะมาก เพราะพอดีพ่อป่วย ต้องบิน กลับเมืองไทย สามีจึงสั่งของซื้อของจัดการเองหมด จึงทำให้ต้นทุนช่วงแรกสูงมาก แต่ถ้าเราได้อยู่คุมดูแลและเลือกซื้อของ เอง ก็จะประหยัดไปได้อีกเยอะมากเลยค่ะ ทั้งหมดรวมแล้วประมาณ 30.000 ยูโร ค่ะ
มีลูกค้าประจำหรือยัง?
มีแล้วค่ะ คนที่เป็นขาประจำก็จะมาซื้อแทบทุกอาทิตย์ คือธุรกิจไปได้เรื่อยๆ แต่ก็ต้องรอดูว่าร้าน จะไปได้ ไกลแค่ไหน จะบอกว่า ร้านขายดี ไม่ดี คงจะบอกไม่ได้ แต่พอขายได้เรื่อยๆ คือดีเป็นบางวัน เงียบเป็นบางวัน ร้านเพิ่ง เปิดได้แค่เจ็ดเดือนเท่านั้น คือมีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ลูกค้าจะซื้อ เนื่องในโอกาสวันเกิด วันเทศกาลค่ะ หรือได้รับ เชิญไปดื่มกาแฟ งานแต่งงาน และไป Friedhof
เราต้องแนะนำอะไรลูกค้าด้วยไหม?
ค่ะๆ เราต้องแนะนำว่า ดอกไม้แบบไหนอยู่ข้างนอกได้ ชนิดนี้จะบานนานเท่าไหร่ และอุณหภูมิเท่าไหร่ ต้องรดน้ำ ใส่ปุ๋ยอย่างไร ใช้ดินอะไร ต้นไม้ทุกชนิด ถ้าแมลงลง ต้องใช้ยาชนิดไหนกำจัด ซึ่งที่โรงเรียนเขาสอนมา
คุณสมหมายมาอยู่เยอรมันเข้าปีที่เจ็ดแล้ว คิดว่าได้เรียนรู้อะไรจากคนเยอรมันบ้าง?
การเรียนรู้จากคนเยอรมัน ส่วนดีนั้นมีเยอะค่ะ คือ ตรงเวลา พูดตรง ถ้าจะทำต้องทำทันที แต่คนไทยเดี๋ยว อีกห้านาทีค่อยทำก็ได้ มาแรกๆ ต้องปรับตัวเยอะมากค่ะ เพราะเราเป็นเด็กบ้านนอก จากนครสวรรค์ เราไปโรงเรียน เราก็ได้เรียนรู้จากโรงเรียน แต่คนที่นี่เขาเรียนรู้ การช่วยเหลือตัวเองมาตั้งแต่เด็ก คือเด็กที่นี่ โตขึ้นมาก็รู้จักว่า เขาต้องแต่งตัวไปโรงเรียนเอง คือหัดช่วยเหลือตัวเองตั้งแต่เล็ก

"หนูมีคติของตัวเองที่อยากจะฝากให้คนไทยทุกคนคือ เราก็เป็นคนต่างชาติเหมือนกัน จึงอยากให้คน ไทยรักกันไว้ ค่ะ มีอะไรให้ช่วยเหลือกันค่ะ"
เราเห็นด้วยอย่างแท้จริงค่ะ!

©thailife.de